ศึกชิงจ้าวอาเซียน สาย บี

             และครั้งนี้เราจะไปดูความเคลื่อนไหวในกลุ่ม บี กันบ้าง ที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่หินเอามากๆ เนื่องจากมีทีมที่เคยคว้าแชมป์รายการนี้ ถึง 3 ทีม ถูกจับมาอยู่สายเดียวกัน และอีกหนึ่งทีมชาติเมียนมาร์ ที่ไม่มีใครกาชื่อทิ้งเป็นแน่ เพราะได้ กุนซือราดอจโก้ อาฟราโมวิช ชาวเซิร์บที่เคยคุมทีมสิงคโปร์คว้าแชมป์รายการนี้มาถึง 3 สมัย เลยทีเดียว เริ่มกันที่เมียรมาร์ ภายใต้การคุมทีมของ ราดอจโก้  กุนซือมากประสบการณ์ที่มีจุดเด่นในการเล่นเป็นทีมเวิร์ค เพราะนักเตะชุดนี้เล่นด้วยกันบ่อย 2-3 ปีแล้ว สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือการเรียกความฟิตให้นักเตะมีพลังเหลือล้นตลอดทั้งเกม  และเมียนมาร์ชุดนี้ยังนำทัพโดย มินมิน ตู, คยอ โค โค และจี หลิน สามผู้เล่นหลักคนสำคัญที่พร้อมเป็นแกนหลักช่วยทีมผ่านเข้ารอบ มาต่อกันที่สิงคโปร์ ที่มีกุนซือแบร์นด์ชตันเก้

             เข้ามาคุมทีมซึ่งระยะหลังดูเหมือนว่าศักยภาพของทีมจะตกลงไปอย่างชัดเจน จากการที่มีผู้เล่นโอนสัญชาติเหลือน้อยในทีม ที่เหลือก็มีนักเตะหน้าเก่าอย่าง ไคซาน ,ชาริลฮิสฮัค, ฮาริส ฮารูน, และ นาวาซ เป็นกำลังหลักของทีมในตอนนี้  ส่วนทีมมาเลเซีย นั้น ได้กุนซือดอลลาห์ซัลเลห์ ที่เคยดวลกับ ซิโก้ สมัยยังเล่นฟุตบอลคุมทีม ขุมกำลังของทีมต้องบอกเล่นว่า มีนักเตะอายุเยอะค่อนทีม และผลงานของทีมไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักในเกมอุ่นเครื่องแพ้ 4 จาก 5 นัด และทีมสุดท้ายทีมชาติไทย ที่มี ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นกุนซือ ใช้ขุมกำลังจากชุดซีเกมส์ เป็นแกนหลัก และมีนักเตะประสบการณ์สูงอยู่ในทีมหลายคนเช่น สุทธินันท์ พุกหอม, ประกิตดีพร้อม, ชัยณรงค์ ทาทอง, สมปองสอเหลบ คอยเป็นกำลังหลักในการสู้ศึกครั้งนี้ ซึ่งก็ต้องมาคอยลุ้นกันว่าทีมไทยจะสามารถก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์สมันที่ 4 มาครองได้สำเร็จหรือไม่ หลังจากต้องรอคอยมาถึง 12 ปีเต็ม